หลายคนเริ่มเทรดด้วยการตามหาเทรนด์ แต่พอเปิดกราฟจริง ราคากลับวิ่งขึ้นลงอยู่ในกรอบเดิมเป็นวัน ๆ บางทีเป็นสัปดาห์ ซื้อตอนขึ้นก็โดนลากลง ขายตอนลงก็โดนดีดกลับ
นี่คือ ตลาดออกข้าง (Sideways) หรือที่เทรดเดอร์เรียกว่า Range เป็นสภาพตลาดที่เจอได้ทุกสินทรัพย์ ทั้งหุ้น ทองคำ คริปโต ดัชนี และค่าเงิน ถ้าดูไม่ออก จะเสียเงินซ้ำ ๆ แบบไม่รู้ตัว แต่ถ้าดูออก กรอบนี้กลับเป็นช่วงที่วางแผนเทรดได้ง่ายที่สุดช่วงหนึ่ง
ตลาดออกข้างคืออะไร
ตลาดออกข้างคือช่วงที่ แรงซื้อกับแรงขายสูสีกัน ไม่มีฝ่ายไหนชนะขาด ราคาจึงขึ้นไปชนเพดานแล้วถูกขายลง ลงมาถึงพื้นแล้วมีคนรับซื้อ วนอยู่อย่างนี้จนกว่าฝ่ายหนึ่งจะชนะ
เพดานด้านบนก็คือแนวต้าน พื้นด้านล่างก็คือแนวรับ พื้นที่ระหว่างสองเส้นนี้คือ "กรอบ" ที่เราจะใช้วางแผน
3 สัญญาณว่าตลาดกำลังออกข้าง
1. โครงสร้างราคาไม่ไปไหน ในขาขึ้น เราจะเห็นจุดสูงใหม่และจุดต่ำที่ยกตัวขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในตลาดออกข้าง จุดสูงอยู่ระดับเดิม จุดต่ำก็อยู่ระดับเดิม ลากเส้นแนวนอนแตะได้หลายครั้ง
2. เส้นค่าเฉลี่ยแบนราบ ถ้าเปิดเส้น MA จะเห็นว่าเส้นไม่ชี้ขึ้นหรือลงชัดเจน และราคาตัดเส้นขึ้นลงไปมาบ่อย ต่างจากตอนมีเทรนด์ที่ราคาจะอยู่ฝั่งเดียวของเส้นเป็นส่วนใหญ่
3. ความแรงของเทรนด์ต่ำ อินดิเคเตอร์อย่าง ADX ช่วยยืนยันได้ ถ้าค่าอยู่ต่ำ (หลายคนใช้ 20 ถึง 25 เป็นเส้นแบ่ง) แปลว่ายังไม่มีฝ่ายไหนมีแรงพอจะพาราคาไปทางเดียว
ไม่จำเป็นต้องครบทั้งสามข้อ แต่ยิ่งเห็นหลายข้อพร้อมกัน ยิ่งมั่นใจได้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาของกลยุทธ์ตามเทรนด์
ตีกรอบ Range ให้ถูก
มือใหม่มักลากเส้นจากไส้เทียนที่ยาวที่สุดเพียงจุดเดียว ทำให้กรอบกว้างหรือแคบเกินจริง วิธีที่ใช้ได้ผลกว่าคือ
- ใช้อย่างน้อย 2 จุดต่อขอบ ขอบบนควรมีราคาชนแล้วลงอย่างน้อยสองครั้ง ขอบล่างก็เช่นกัน
- ตีเป็นโซน ไม่ใช่เส้นเดียว ใช้ระยะระหว่างราคาปิดกับปลายไส้เทียนเป็นความหนาของโซน เพราะราคามักแทงเลยเส้นไปนิดหน่อยก่อนกลับตัว
- หาเส้นกลางกรอบ แบ่งครึ่งระหว่างขอบบนกับขอบล่าง ราคามักเร่งผ่านกลางกรอบ หรือหยุดพักแถวนั้น
- ดูความกว้างของกรอบ ถ้ากรอบกว้างพอ ๆ กับค่า ATR หรือระยะที่ราคาแกว่งได้ในวันเดียว ไม่คุ้มที่จะเทรดในกรอบ เพราะกำไรจะถูกค่าธรรมเนียมและส่วนต่างราคากินไปเกือบหมด
เทรดในกรอบยังไง
หลักคิดง่ายมาก คือ ซื้อใกล้พื้น ขายใกล้เพดาน และอย่าทำอะไรตรงกลาง เพราะตรงกลางกรอบ ระยะไปถึงเป้ากับระยะไปถึงจุดตัดขาดทุนพอ ๆ กัน ความได้เปรียบแทบไม่มี
เคล็ดลับที่ช่วยให้เทรดในกรอบได้ดีขึ้น
- รอสัญญาณกลับตัวที่ขอบ เช่น แท่งเทียนมีไส้ยาวปฏิเสธขอบ หรือแท่งกลืนกิน แทนการตั้งคำสั่งรอไว้ที่เส้นเฉย ๆ
- วางจุดตัดขาดทุนนอกกรอบ ไม่ใช่ชิดขอบ เพราะราคาชอบแทงเลยขอบเล็กน้อยก่อนกลับ
- แบ่งปิดกำไร ปิดบางส่วนที่กลางกรอบ ที่เหลือลุ้นถึงขอบอีกฝั่ง
- ใช้ออสซิลเลเตอร์ช่วย RSI หรือ Stochastic ทำงานได้ดีในตลาดออกข้างมากกว่าตอนมีเทรนด์แรง เพราะราคาวิ่งกลับไปกลับมาจริง
รู้ให้ทันเมื่อกรอบกำลังจะแตก
ไม่มีกรอบไหนอยู่ตลอดไป ความผิดพลาดที่เจ็บที่สุดของคนเทรดในกรอบ คือยังสวนต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ตลาดเริ่มมีเทรนด์แล้ว
สัญญาณเตือนอีกแบบคือ กรอบเริ่มบีบแคบลง จุดสูงต่ำลงทีละนิดและจุดต่ำสูงขึ้นทีละนิด แปลว่าแรงทั้งสองฝั่งกำลังสะสม เมื่อหลุดออกมามักวิ่งแรง ช่วงนี้ควรลดขนาดไม้ที่เทรดในกรอบ หรือหยุดรอดูทิศที่แตกออกไปก่อน
เมื่อกรอบแตกจริงแล้ว ให้เปลี่ยนวิธีคิดทันที ขอบที่ถูกทะลุมักสลับบทบาท แนวต้านเดิมอาจกลายเป็นแนวรับใหม่ และกลยุทธ์ตามเทรนด์จะกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง
ตลาดออกข้างในแต่ละสินทรัพย์
หุ้นหลายตัวแกว่งสร้างฐานในกรอบเป็นเดือน ก่อนที่ข่าวหรืองบการเงินจะพาราคาหลุดออกจากกรอบ ทองคำและดัชนีมักออกข้างช่วงรอตัวเลขเศรษฐกิจหรือการประชุมธนาคารกลาง ส่วนคริปโตเปิดซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง กรอบจึงอาจถูกแทงหลอกในช่วงที่คนซื้อขายน้อย เช่น ช่วงดึกหรือวันหยุด หลักการตีกรอบเหมือนกัน แต่ควรเผื่อระยะจุดตัดขาดทุนตามความผันผวนของแต่ละตลาด
สิ่งที่ต้องจำ
- ตลาดออกข้าง คือช่วงที่แรงซื้อแรงขายสูสี ราคาวิ่งอยู่ระหว่างแนวรับกับแนวต้าน
- สัญญาณ จุดสูงจุดต่ำอยู่ระดับเดิม · MA แบน · ADX ต่ำ
- ตีกรอบเป็นโซน ใช้อย่างน้อย 2 จุดต่อขอบ และหาเส้นกลางกรอบ
- ซื้อใกล้พื้น ขายใกล้เพดาน ไม่เข้ากลางกรอบ วาง SL นอกกรอบ
- กรอบแตกจริง ต้องปิดนอกกรอบ ปริมาณซื้อขายเพิ่ม และไม่กลับเข้ากรอบ
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการชี้นำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ภาพประกอบเป็นภาพจำลอง ผลในอดีตไม่ได้บ่งชี้ผลในอนาคต การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้อ่านควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ